Agile Planning: พยายามหลีกเลี่ยง “Parkinson’ Law” และ “Student Syndrome”

Parkinson’ Law กล่าว่า สำหรับคนที่มีเวลามากเพื่อให้งานเสร็จสิ้น เขาจะวางแผนงานให้ขยายออกไปจนเต็มเวลาที่มีอยู่ (“Work expands so as to fill the time available for its completion”)

จากกฏนี้เขาเปลียบกับคนชราที่มีเวลาว่างมาก คือ หญิงชราที่มีเวลาว่างมากอาจจะใช้เวลาทั้งวันในการเขียนจดหมายถึงหลานสาว เธออาจจะวางแผนใช้เวลา หนึ่งชั่วโมงค้นหาไปรษณียบัตร หนึ่งชั่วโมงค้นหาแว่นตา ครึ่งชั่วโมงค้นหาที่อยู่ อีกหนึ่งชั่วโมงสิบห้านาทีเป็นเวลาเขียนข้อความ และใช้ เวลาอีกยี่สิบนาทีตกลงใจว่าเมื่อออกจากบ้านไปทิ้งจดหมายที่ตู้ ไปรษณีย์ที่ถนนถัดไป จะนำร่มไปด้วยหรือไม่ ในความพยายามทั้งหมดนี้ ถ้าเป็นคนหมุ่ม หรือคนที่มีภาระมาก หรือโดนจำกัดให้ทำสำเสร็จในเวลาที่จำกัด เขาอาจจะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ดั้งนั้น Agile Planning จะหลีกเลี่ยงกฎนี้โดย กดดันให้ใช้เวลาน้อย หรือ slim fit ที่สุด (โดยต้องมีเหตุมีผลด้วยนะ ไม่ใช่แกล้งกัน) เช่น กำหนดให้ design นี้ต้อง code เสร็จภายใน 3 วันพร้อม unit test แล้ว ความกดดันทางด้านเวลานี้ จะบังคับให้ programmer ต้อง focus ในการ code และ unit test อย่างสุดความสามารถ เขาจะเค้นพลังทำงานสูงสุดของเขาออกมาให้ทำงานได้สำเร็จเสร็จออกมาทันเวลา ลองเปลี่ยนแผนใหม่ดูสิ โดยวางแผนในงานเดียวกันแต่ให้ใช้เวลา 5 วันหรือบอกว่า เมื่อเสร็จก็บอกละกัน รับลองว่า programmer คนนั้นจะใช้เวลาทำงานจนเต็มเวลาที่ให้ไว้ตามกฏของ Parkinson อย่างแน่นอน หรือโดยสวนมาก

Student Syndrome กล่าว่า คนโดยปกติจะเริ่มปลุกตัวเองให้กระตือรือร้นต่องานคือช่วงเวลาสุดท้ายที่เป็นไปได้ก่อนที่จะถึงกำหนดส่งงาน(เส้นตาย) ซึ่งเป็นการกระทำให้สูญเสียแก่ตนเองและทำให้เกิดความยากลำบากในการประมาณระยะเวลาในขั้นตอน Planning หรือกล่าวสั้นๆก็คือ “คนทั่วไปจะยอมทำงานกันอย่างจริงๆจังๆ ก่อนเส้นตายเพียงนิดเดียว” (“Work is delayed until its deadline”) หรือกล่าวแบบไทยๆก็คือว่า “ผลัดวันประกันพรุ่ง” นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราจะวางแผน implemenet งานนี้ให้เสร็จโดยถาม programmer เลยว่าพิจารณาแล้วจะใช้เวลากี่วันครับ เขาตอบว่า 5 วัน เราพิจารณาแล้วก็สมเหตุสมผลดีก็ตกลงไป อะไรเกิดขึ้นหลังจากนี้ programmer คนนี้ วันที่ 1, 2, 3 ไม่ทำอะไรนอกจากอ่านข่าว อ่านหนังสือ เล่น game และเล่น facebook วันที่ 4 เริ่มจับงานมาทำ แต่ไม่จริงจังทำบ้าง เล่นบ้าง พอเข้าวันที่ 5 ก็เริ่มทำแบบจริงจังจนกระทั้งตกเย็นทุกคนเลิกงาน ก็ยังต้องทำต่อเพราะยังไม่เสร็จ ถึงเที่ยงคืนก็ยังไม่เสร็จ ยันเช้าหลับคาโต๊ะ จนกระทั้ง leader ก็เข้ามาถามว่าเสร็จมั้ย programmer บอกว่ายังไม่เสร็จขอขยายเวลาอีกวันเถอะนะ พร้อมอ้างเหตุผลเยอะแยะมากมายมาสนับสนุน และนี่คือ Student Syndrome นั่นเองครับ

กล่าวโดยสรุปแล้ว Agile Planning ต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด Student Syndrome และ Parkinson’ Law โดยการวางแผนให้ delivery งานที่สำคัญอยู่เรื่อยๆแต่ไม่เก็บงานที่ไม่เร่งด่วนไว้ใน backlog มากเกินไป

ขอบคุณครับ 😉

Advertisements

#agile-software-development