สายธารแห่งประสบการณ์

จุดประสงค์ของแบบจำลองสายธารแห่งประสบการณ์ นี้ก็เพื่ออธิบายเหตุ/ผล ที่ทำให้เกิดประสบการณ์ จนกระทั้งสร้าง หลักการ(Principles), รูปแบบ(Patterns) และ หลักปฏิบัติ(Practices) ที่ยอดเยี่ยมออกมาได้ในหลายๆเครื่องมือ หรือเทคนิค ในหลายศาสตร์ หลากสาขาที่เราได้รู้กัน ได้ประยุกต์ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ได้ดียิ่งขึ้น

ผมจะอธิบายแบบจำลองสายธารแห่งประสบการณ์นี้  โดยใช้การเปลียบเทียบกับการเรียนรู้ของมนุษย์ ที่เขาจะมีการปรับแนวคิดหลักการ แล้วไปกำหนดรูปแบบของพฤติกรรมของเขา ในการกระทำกิจกรรมใดๆ  เพื่อให้เขาได้ดำรงค์อยู่ในโลกใบนี้ สังคมนี่ได้ตามเป้าหมายคุณค่าของเขา ต่อสังคม ต่อโลกของเขาได้

ตัวอย่างนี้ ผมจำกัดให้เป็นบุคคลคนเดียว และมุ่งทำแต่ความดีเพื่อเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น

เมื่อมนุษย์เราถือกำเนิดขึ้น จะค่อยๆเรียนรู้และเติบโตขึ้นจากประสบการณ์ของเขาเอง ประสบการณ์นี้ก็ค่อยๆเติบโตขึ้น มันเติบโตขึ้นมาจากผลลัพย์ซึ่งให้คุณค่า ซึ่งผลลัพย์ที่ได้มานั้น จะมีคุณค่าที่เป็นสิ่งดีเท่านั้นตามข้อจำกัดที่ผมได้จำกัดไว้ ซึ่งเกิดมาจากการกระทำของเขาเอง การกระทำของเขาเกิดมาจากรูปแบบที่เขาได้เรียนรู้แล้ว กำหนดมาแล้ว จากหลักการ หรือแนวคิดที่เขาเชื่อแล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่ทำให้เกิดคุณค่า นั่นคือเป็นสิ่งดี และหลักการเหล่านั้น ก็เกิด มาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขานั่นเอง

จากตัวอย่างข้างต้น และจากที่ผมได้นั่งพิจารณาในกรณีอื่นๆแล้วนั้น ผมก็ได้แนวคิดออกมา แล้วนำเสนอให้เป็นภาพหรือแบบจำลองง่ายๆ แล้วเรียกแบบจำลองเหตุ/ผลที่ทำให้เกิดประสบการณ์นี้ว่า สายธารแห่งประสบการณ์

ตัวอย่าง หลักการ และหลักปฏิบัติ ที่เกิดจาก สายธารแห่งประสบการณ์ เช่น Agile Software Development ส่วน Pattern ที่เกิดจากหลักการของ Agile Software Development เช่น Extreme Programming, Scrum, Lean และหลักปฏิบัติที่ที่เกิดจาก Pattern เหล่านี้ก็เช่น TDD/ATDD, Pair Programming, Refactoring. Kanban ส่วน Pattern ของ Agile ก็คือการพัฒนาในแบบ Iterative และ Incremental นั่นเอง

อีกตัวอย่างที่เป็นหลักการที่เกิดจาก สายธารแห่งประสบการณ์ คือ Six Sigma โดยที่หลักประติบัติจะใช้เครื่องมือทางสถิติสำหรับวัดค่าผลลัพย์ คำนวนค่าสถิติความเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อใช้ตัดสินใจ ควบคุม และปรับกระบวนการ เพื่อปฏิบัติให้อยู่ในระดับ Sigma ที่กำหนด แล้วใช้ทฤษฏีความน่าจะเป็นเพื่อกำหนดหรือระบุ Pattern ของข้อมูล ที่ได้จากผลลัพย์นั้น

อีกตัวอย่างคือ LEAN โดยมีหลักการและหลักปฏิบัติอย่างเช่น Kaizen เพื่อทำให้ได้ผลลัพย์ที่เกิดจากการผลิตของเสียให้น้อยที่สุด โดยมีรูปแบบของกระบวนการผลิตแบบ Pull หรือจะผลิตได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการต่อไปพร้อมที่จะผลิตแล้วเท่านั้น

อีกตัวอย่างคือ พระพุทธศาสนา โดยหลักการหลักก็คือ อริยสัจสี่ รูปแบบก็คือ ปฏิจจสมุปบาท และหลักประฏิบัติก็คือ มรรค 8 หรือการรักษาศิล ฝึกสมาธิ พิจารณาธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งเพื่อให้เกิดปัญญา นั่นเอง

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความสั้นๆนี้จะเป็นประโยชน์ทำให้เข้าใจ กระบวนการที่มาของ ประสบการณ์, หลักการ, รูปแบบ, เทคนิคปฏิบัติ หรือเครื่องมือเพื่อปฏิบัติ และผลลัพย์ หรือคุณค่า หรือประโยชน์ที่ได้รับจากผลลัพย์ใดๆ ที่จะทำให้เกิดประสบการณ์ เพื่อสร้างสรรค์หลักประฏิบัติที่ดี เข้าใจรูปแบบของธรรมชาติที่เราสนใจอยู่เพื่อใช้แก้ปัญหาต่างๆได้ดีขึ้น ต่อไป

ขอบคุณครับ

#:P

Advertisements