ความฝัน (Dream), ความคิด (Thinking), ความจริง (Reality)

วันก่อนครับ ผมได้ดูเรื่องราวของนักเขียนการ์ตูนแนวเล่าเรื่องท่านหนึ่งในรายการกาละแมร์ เป็นนักเขียนการ์ตูนคนไทยเรา ที่ไปได้รับรางวัลของญี่ปุ่น

เค้าได้ยกตัวอย่าง การ์ตูนเรื่องหนึ่ง ของเขาที่ได้รับความนิยม เรื่อง ความฝัน (Dream), ความคิด (Thinking), ความจริง (Reality) ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับ นักเขียนการ์ตูนคนหนึ่ง ในเรื่องมีการลำดับการเล่าเรื่อง เริ่มจากฝันก่อน คือตัวละครฝันว่า จะวาดการ์ตูน จนได้รับรางวัลโนเบลกันเลยอะไรทำนองนั้น, ต่อจากนั้นเขาก็เริ่มคิดวางแผนที่จะทำ และก็ลงมือทำมันจนสำเร็จ แล้วนำเรื่องนั้นไปนำเสนอซึ่งก็จะได้พบกับความจริง

ผมฟังปุ๊บ ก็พอจะเดาเรื่องได้ว่า คนเรามักจะฝันอะไรต่อมิอะไรไว้มากมาย เวอร์บ้าง เป็นไปไม่ได้บ้าง แต่ก็โอเวอร์มากกว่าความเป็นจริงอยู่เสมอ เมื่อฝันแล้วจะเกิดความคิดที่จะทำมันขึ้นมา ซึ่งจะขับดันให้เขาได้ลงมือทำให้มันเกิดขึ้น จนไปพบกับประสบการณ์จากความจริงซึ่งมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับความฝันเริ่มแรกเลย

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญว่า ความฝัน กับ ความจริง มันจะเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ผมคิดว่า เราแค่ให้ได้ฝันก่อน มันจึงจะเกิดความครุ่นคิด มันจะเป็นแรงขับเคลื่อให้เราลงมือทำจนเกิดความจริงขึ้นได้ เมื่อมันเป็นความจริงก็จะเกิดประสบการณ์อันเป็นผลตอบกลับมาจากสิ่งที่เราทำ และก็จะเกิดการเรียนรู้ตามมา นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผู้แต่ง ต้องการจะนำเสนอ แม้ว่าความจริงมันจะค่อนข้างโหดร้าย แต่เมื่อไรก็ตามที่ เราไม่ทิ้งความฝันไป เราก็จะได้คิดลึกขึ้น ลงมือทำ ได้รับประสบการณ์ และได้เรียนรู้มันซ้ำๆไปอยู่นั่นแหละ ซึ่งมันจะกลายเป็นแนวทางใหม่เพื่อปรับปรุงแบบแผนการลงมือทำใหม่ แล้วลงมือทำมันขึ้นมาที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งความฝันของเรากลายเป็นจริงได้ นั่นเอง

เมื่อผมนำมาพิจารณากับหลักการ VPP แล้วผมพบว่า มันขับเคลื่อนในแนวคิดเดียวกัน คือ

คุณค่า (Values) หรือ สมมติฐาน (Hypothesis) ก็เทียบได้กับ ความฝัน  ของเราที่ต้องมีความตั้งใจมั่น (Focus) อันเป็นแรงขับเคลื่อน (Driven)ในเชิงคุณค่าที่ตัวเราเชื่อมั่นในระดับหนึงเลยทีเดียว เราจึงจะตั้งใจคิดค้นวางแผนทำบางสิ่งขึ้น ซึ่งนำไปสู่

หลักการ (Principles) หรือ ความคิด (Concepts) ที่จะเป็นแผนการอันเป็นแบบแผน (Patterns) แนวทางในการลงมือฝึกฝน ซ้อม ทดลอง ทดสอบ (Experiments/Test) ก่อนที่จะลงมือทำให้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ ในระดับถัดไป นั่นก็คือ

ปฏิบัติจริง (Practices) หรือ ความจริง (Reality) นั่นเอง …

ในความจริงนั้นเราจะมีอะไรที่ ไม่ได้ดั่งความฝันของเราที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซน ความแตกต่างระหว่าง ความจริง และความฝัน ก็คือข้อผิดผลาด (Error) แต่ไม่ว่าเราจะมีข้อผิดพลาดมากน้อยแค่ไหนก็ตามเรา จะได้รับประสบกาณ์ (Experience) จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนี้อย่างแน่นอน

ประสบการณ์เป็นดั่งเชื้อเพลิงที่สำคัญยิ่ง เพื่อใช้เป็นแรงขับเคลื่อน และปรับทิศทางของเราไปยังความฝัน หรือคุณค่าที่เราตั้งใจไว้ให้เข้ากับความเป็นจริงแท้ๆที่เกิดขึ้นนั้นได้ ซึ่งกลไกนี้จะนำประสบการณ์ที่ได้จากความจริง ไปปรับปรุงแก้ไข หลักการ อันนำไปสู่การ ปฏิบัติจริงๆในครั้งต่อไปได้ แน่นอนว่ามันจะลู่เข้าสู่เป้าหมายคือความฝัน ให้ตรงกับความจริงของเราหรือข้อผิดพลาดเป็น 0 ซึ่งสิ่งนี้ มันก็คือความสำเร็จนั่นเอง

หวังว่าอ่านแล้วจะไม่ทิ้งความฝันของตัวเองนะครับ

ขอบคุณครับ

#:P

Advertisements