อธิบาย จิต-รูป แบบนักคณิตศาสตร์

สวัสดีครับ

วันนี้ก็มาแชร์ ความรู้ความเข้าใจหน่อย และ บันทึกไว้ เริ่มเลยละกัน

ผม กำหนดให้ a = รูป (ร่างกาย), b = จิต (เวทนา, สัญญา, สังขาร และ วิญญาณ)

สภาวะแรก ซึ่งทำให้เราเกิดมาบนโลกใดๆ ที่สิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ นั่นคือ a และ b จะยึดติดกัน ดังภาพนี้

 

ถ้า c คือ ความยาวระหว่าง ปลาย a กับ b ดูจากรูปก็จะเท่ากับ 0

พอเรา ค่อยๆเติบโต รู้จักพระพุทธเจ้า และมีความรู้ทางธรรม ฝึกปฏิบัติเนื่องๆ เราก็จะค่อยๆแยก รูป และ จิต ออกจากกันได้ แสดงดังรูปนี้

ระยะ c จะเท่ากับ (ผมขอแสดงเป็นภาษา python) math.sqrt( a ** 2 + b ** 2 – 2 * a * b * math.cos(t))

มุม t แสดงถึง องศาระหว่า a และ b ก็คือ รูป กับ จิต จะเห็นว่า จิต (b)นั้น โน้มเอียง มาเข้ากับ รูป (a) เสมอ และในสภาวะที่รูป (a) เรา แตกดับไป หรือเราเสียกายไปแล้ว ก็คือ ตาย องศาที่ ไม่อิสระนี้ จะโน้มมายัง กายใหม่ แล้วเกิดมาเป็นสิ่งมีชีวิตอีก มีกายอีก ไม่โลกนี้ ก็โลกอื่น แล้วแต่จิตจะพาไป ความรู้สึกที่เรียกว่าจิต (b) นี้ก็ยังมารู้สึกอีก บน กายใหม่…

ในขณะที่เรามี a และ b ครบ คือเราเกิดมาแล้ว ถ้าเราปฏิบัติอย่างถูกต้อง ต่อเนื่อง ตามแนวทางของพระพุทธเจ้า องศา นี้จะพัฒนามากขึ้น มากขึ้น จนตั้งฉาก ทำมุม 90 องศา กับ รูป บนโลกที่เราเกิดมาตอนอ่านอยู่นี้ ซึ่ง แสดง ได้ดังภาพ

ดังนั้น c จะเท่ากับ math.sqrt( a ** 2 + b ** 2 ) หรือ t เท่ากับ 90′

เราจะเห็นว่า จิต (b) ได้ แยกออกเป็นอิสระ จาก รูป (a) จึงเรียกว่ามันเป็นอิสระ (independent) กัน ระหว่างจิต กับ กายหยาบของเรา และมันจะวิ่งไปไม่ ลงต่ำมา ประสานกับ รูป แล้วลงมาเกิดอีก นั่นก็คือสิ่งที่ พระพุทธเจ้า ทรงค้นพบ และเรียก สภาวะนี้ว่า นิพพาน นั่นเอง

เวปแนะนำปฏิบัติธรรม: พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

หวังว่าจะเป็นประโยชน์ ก็ขอให้สนุกกับการปฏิบัติ เพื่อพัฒนาธรรมของคุณครับ

#:P

Advertisements

#%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99, #%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1

วิธีทำสมาธิจิตแบบ #:P

เนื่องจากในทุกวันนี้เรา มีเวลาจำกัด กิจกกรมที่เราอยากทำนั้นมีมาก แต่ก็อยากนั่งสมาธิเพื่อพัฒนาจิตไปด้วย

ก็เลย ลองคิดหาวิธีที่จะ สามารถทำสมาธิได้ ในทุกๆ กิจกรรมของเราได้ เช่น เขียน code ทำซอฟแวร์, ออกแบบ Business Model, วิ่งออกกำลัง, นอนอ่านหนังสือ หรือ เล่นเกมส์

ปรากฏว่า จริงๆแล้วเราได้ทำสมาธิอยู่กับกิจกรรมเหล่านั้นแล้วโดยไม่ต้องนั่งหาเวลา นั่สมาธินิ่งๆ

เราค้นพบวิธีนี้มานานแต่ไม่รู้ตัวว่า ทำอยู่ตลอดแต่ไม่ตั้งใจ มันเป็นสมาธิจิต ในระดับพื้นฐาน มีกำลังระดับหนึ่งเพื่อการทำกิจกรรมการงานของเราในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข และเมื่อเกิดความทุกข์ ก็ใช้เยียวยา ดับปัญหาในใจเราที่ทุกข์อยู่นั้นออกไปได้

เราจึงอยากแบ่งปัน

วิธีทำสมาธิแบบของเรา มี 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 เราเรียกว่า “ตั้งจิตมั่น”:  ให้เรา ตั้งจิตไว้ที่ ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เมื่อลมหายใจเข้าให้รู้ว่าเข้า เมื่อลมหายใจออกให้รู้ว่าออก นิ่งๆสักพักหนึ่ง ตั้งจิตแบบนั้น นิ่งๆ ถ้าจิตมันหลุดลอยไป ให้เรากลับมา “ตั้งจิตมั่น” ใหม่อีกครั้ง จนเรารู้สึกว่านิ่งจริงๆ ก็ไปต่อ ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 2 เราเรียกว่า “คิดไตร่ตรอง”: เมื่อจิตนิ่งแล้ว ให้เรา พิจารณา วิเคราะห์สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ขณะนั้น เช่น กำลังเขียนบล็อคนี้อยู่ ก็ให้คิด ไตร่ตรองให้ดี ถึงข้อความที่กำลังพิมพ์ไป ความคิดที่กำลังคิดอยู่ หรือ ในขณะ เขียนโปรแกรมก็ให้คิดพิจารณา ไตร่ตรอง code ว่าเขียนได้ไม่มี smell ในทุกๆมุมแล้ว หรือในขณะที่ว่างจริงๆ ก็ให้พิจารณาคิด เป็นเหตุ เป็นผล ถึงเรื่องหลักธรรมมะ หรือ พุทธธรรม แล้วลองนำไปพิจารณากับประสบการณ์ที่ผ่านมาของเราดูว่า เป็นเหตุเป็นผลกับหลักธรรมมะ นั้นอย่างไร เป็นต้น

ถ้าหากว่า “คิดไตร่ตรอง” นั้นหลุดไป คือไปคิดเรื่องอื่่น ให้กลับมา “ตั้งจิตมั่น” อีกครั้ง แล้ววนกลับมา “คิดไตร่ตรอง” ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

การทำสมาธิ เช่นนี้ จะทำให้ท่านดู นิ่ง ดูเป็นคนคิดตลอดเวลา ในสายตาของบุคคลอื่น แต่ในจิตใจเราจะรู้ดีว่า ตอนนี้เราสงบ เรียบง่่ายกับความคิด กับกิจจกรรมที่เรากำลังทำอยู่ตรงหน้านี้เป็นอย่างดี…

ลองนำไปทดลองใช้ดูครับ

เมื่อเรา “ตั้งจิตมั่น” และ “คิดไตร่ตรอง” แล้วสภาวะนั้นจึงเรียกว่า “สติ”

ขอบคุณครับ

#:P

#%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1